สรุปตอน 2 (ส่วนเสริม) “The Changing World Order: Why Nations Succeed and Fail”

ใครยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 และ 2 ย้อนกลับไปอ่านก่อนตามลิ้งค์ข้างล่าง

ตอนที่ 1: https://bottomliner.co/2020/06/29/the-changing-world-order-1/

ตอนที่ 2: https://bottomliner.co/2020/07/08/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%9b-the-changing-world-order-why-nations-succeed-and-fail-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-2/

หลายคนบอกว่าการมีเงินสดอยู่ในมือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เนื่องจากมูลค่าของเงินสดวันนี้กับอนาคตนั้นอาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นับตั้งแต่ช่วง ค.ศ. 1700 โลกของเรามีสกุลเงินกว่า 750 ชนิด แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 20% เท่านั้น เนื่องจากการอ่อนค่าของเงิน จนสกุลเงินนั้นสุดท้ายกลายเป็นสิ่งไร้ค่า

สาเหตุของการอ่อนค่าของเงินเริ่มต้นจากหนี้ เมื่อประเทศมีหนี้มากขึ้น เศรษฐกิจเริ่มไม่ดี ธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ ก็จะออกนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยลง แต่เมื่อนโยบายนี้ยังไม่สามารถช่วยให้หลุดพ้นจากวิกฤตได้ สิ่งต่อมาที่ธนาคารกลางจะทำคือ การพิมพ์เงินใหม่ ซึ่งการพิมพ์เงินนี้เอง ทำให้เกิดการอ่อนค่าของมูลค่า

สาเหตุของการเกิดหนี้มหาศาลในอดีตคงหนีไม่พ้นเรื่องการทำสงคราม เนื่องจากต้องใช้เงินอย่างมากในการสนับสนุนกองทัพ และประคองเศรษฐกิจที่ยากลำบากในขณะนั้น ประเทศที่แพ้สงคราม จะต้องเผชิญกับวิกฤตอย่างหนักของหนี้สิน ทำให้เกิดการพิมพ์เงินขึ้น และในที่สุดก็จะเกิดการลดค่าเงิน ทั้งนี้ประเทศที่เป็นฝ่ายชนะ ก็ยังต้องเผชิญกับปัญหานี้เช่นกัน แต่อาจจะไม่ได้รุนแรงเท่ากับประเทศที่แพ้ 

รูปที่ 1: มูลค่าสกุลเงินของ 10 ประเทศมหาอำนาจเทียบราคาทองคำ

การลดลงของค่าเงิน (จากการพิมพ์เงินเพิ่ม) ย่อมส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากราคาทองจะปรับตัวขึ้นตามปริมาณเงินที่พิมพ์ขึ้น

รูปที่ 2:  มูลค่าสกุลเงินของ 10 ประเทศมหาอำนาจเทียบราคาทองคำ และอัตราดอกเบี้ยระยะยาวตั้งแต่ค.ศ. 1998 

ถ้าหากมาดูตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลกับทองคำ ในช่วงปี 1912 จนถึงปัจจุบัน (รูปที่ 3) จะเห็นว่าทองคำให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าพันธบัตรรัฐบาลอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศที่แพ้สงคราม ซึ่งเกิดความอ่อนแอของเศรษฐกิจ มีหนี้ท่วมประเทศ สิ่งที่จะตามมานั่นก็คือ การพิมพ์เงินที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้น

รูปที่ 3: ตารางผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลแต่ละประเทศกับทองคำ (หลังหักเงินเฟ้อ) ในช่วงปี 1912 จนถึงปัจจุบัน

สรุปคือ การเกิดวิกฤตทำให้เกิดการลดลงของมูลค่าสกุลเงิน ตัวอย่างเช่น การเกิดสงคราม ประเทศที่พ่ายแพ้จะต้องรับมือจากปัญหาของสงครามนั้น แม้จะเป็นมหาอำนาจก็อาจโดนแย่งชิงความยิ่งใหญ่ และผู้ชนะสามารถสร้างสกุลเงินให้เป็นสกุลเงินสำรองของโลก เหมือนดังเช่น guilder (ค่าเงินเนเธอร์แลนด์) โดนปอนด์ (อังกฤษ) แย่งชิงไป และปอนด์ก็โดนดอลลาร์สหรัฐขึ้นแท่นสกุลเงินสำรองแทน การพิมพ์เงินทำให้เงินอ่อนค่าลงไปเรื่อยๆ และเป็นแรงหนุนให้ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น

Leave a Reply

Up ↑

%d bloggers like this: