กองทุน ASP-EVOCHINA เกาะกระแสหุ้นเทคโนโลยีจีนบูม

ไฮไลท์ของกองทุน ASP-EVOCHINA

✅ ลงทุนหุ้นจีนซึ่งอยู่ในตลาดหุ้นทั่วโลก ไม่จำกัดเพียงแค่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่เท่านั้น
✅ ลงทุนในหุ้นที่มีการเติบโตในระยะยาว แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ของแต่ละอุตสาหกรรม

ผลตอบแทน 1 ปีย้อนหลัง +96% (NAV ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564)

May be an image of text


หุ้นน่าสนใจในกองทุน ASP-EVOCHINA มีอะไรบ้าง ? มาดูกัน

  1. Alibaba Group

    รายได้ไตรมาส 4 แรงดีไม่มีตก เติบโต 37% YoY โดยบริษัทเลือกใช้กลยุทธ์หันมาเน้นการขายแบบ 1st-party (Alibaba เป็นผู้ขายสินค้าเอง) ที่ทำกำไรได้สูงกว่าแบบ 3rd-party (ให้คนอื่นมาขายบน platfrom แล้วเก็บส่วนแบ่ง)

    ขณะที่ธุรกิจ cloud ยังแรงดีไม่มีตก รายได้โต 50% YoY และทำกำไรได้แล้ว ตรงตามที่ผู้บริหารให้ความหวังก่อนหน้านี้

    แต่สิ่งที่นักลงทุนสนใจไม่ได้อยู่ที่ผลประกอบการบริษัทซักเท่าไร กลับเป็นเรื่อง Ant Group ที่รถผ้าป่าคว่ำอด IPO ไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดแม้มีกระแสข่าวว่าผู้บริหารเคลียร์กับรัฐบาลจีนได้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการออกมา
  2. Tencent

    บริษัทเจ้าของ “WeChat” ที่มีผู้ใช้งานในจีนถึง 1,100 ล้านคน เป็น Super-app ที่รวมร่าง Line+Facebook+Instagram+Shopee+Grab+Agoda เรียกว่าแอพเดียวครบหมดทุก Social ทำให้คนจีนใช้เวลาในโลกออนไลน์ผ่าน WeChat เป็นส่วนใหญ่

    ล่าสุดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดในจีนก็เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง จึงมีแนวโน้มว่าธุรกิจเกมส์ของ Tencent (สัดส่วนประมาณ 30-40% ของรายได้รวม) จะโตได้ดีในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้

    ในช่วงเดียวกัน ลูกๆในเครืออย่าง Meituan, Pinduoduo ก็สามารถขยายตลาดได้เยอะและกลายมาเป็นระดับ Big Tech ของจีนแล้ว นั่นก็ยิ่งเสริมมูลค่าและ ecosystem ของ Tencent ให้แข็งแกร่งขึ้นอีก
  3. Meituan Dianping

    เจ้าของแพลตฟอร์มส่งอาหารและธุรกิจ Lifestyle ในจีนมีรายได้รวมอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น 29% YoY

    เมื่อเจาะไปดูแต่ละส่วน จะพบว่ากำไรที่พุ่งขึ้นแรงมาจากธุรกิจส่งอาหาร เนื่องจากปัจจุบันผู้ใช้งาน Meituan สั่งอาหารถึงวันละ 35 ล้านครั้ง !! (เพิ่มขึ้น 30% YoY) ขณะที่ค่าใช้จ่ายในธุรกิจนี้ส่วนใหญ่เป็น Fixed Cost จึงหนุนให้กำไรโตมากกว่า 100%

    บริษัทมี market cap ใหญ่ประมาณ 9.4 ล้านล้านบาทแล้ว แต่ราคาหุ้นช่วงหลังเหวี่ยงเป็นรถไฟเหาะ +/- 5% ต่อวัน จากกระแสเงินไหลเข้าลงทุนหุ้นจีนและฮ่องกงเยอะมาก
  4. TAL Education Group

    ชื่อเต็มคือ Tomorrow Advancing Life บริษัทติวเตอร์ยักษ์ใหญ่ของจีน ที่มีการติวหนังสือแบบสอนในห้องเรียนและติวผ่านทางออนไลน์ โดยมี AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมเด็กเพื่อแนะนำหลักสูตรที่เหมาะสมที่สุด

    รายได้ตั้งแต่ปี 2011 มีการเติบโตสูงเฉลี่ยปีละ 46% ซึ่งไตรมาส 3 ปีที่แล้วก็ยังสร้างรายได้เติบโตถึง 35%

    ไฮไลท์การเติบโตระยะยาวของหุ้นการศึกษาจีนคือเมื่อปี 2013 รัฐบาลจีนได้ยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว ปลดล็อคจำนวนเด็กที่ต้องเข้าโรงเรียนในอนาคตให้เพิ่มขึ้น
  5. Xiaomi

    ไตรมาส 3 บริษัท Xiaomi รายงานรายได้จากธุรกิจมือถือเติบโต 48% YoY โดยถ้านับเป็นจำนวนเครื่องที่ขายได้ จะมีถึง 36.6 ล้านเครื่องที่มาจากตลาดนอกจีน เติบโตเกือบ 50% (ในจีนขายได้ 10.5 ล้านเครื่อง) ซึ่งยอดขายนอกจีนนี่เองที่บริษัทได้ประโยชน์จากการแบน Huawei

    ทางด้านมือถือรุ่นใหม่ mi 11 ที่เป็นกระแสแรงมาก จาก Data ของเราพบว่าคนจีนค้นหามือถือรุ่นนี้ในวันเปิดตัวมากกว่า 200 ล้านคน !

    ปัญหาในปีนี้ของ Xiaomi อยู่ที่ธุรกิจ IoT และ Internet Services โดยทั้งคู่เจอผลกระทบจากวิกฤตโควิดทำให้คนเลือกชะลอการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าออกไปก่อน (กระทบ IoT) และบริษัทลูกค้าตัดงบโฆษณา (กระทบ Internet Services)

    แถมค่าธรรมเนียมกองทุนให้ไปเปรียบเทียบกับกองอื่น
    ค่าธรรมเนียม: ค่าธรรมเนียมการขายกองทุน (Front-end Fee) อยู่ที่ 1.25% และค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.6% ต่อปี

BottomLiner

บทความนี้ไม่ได้เชียร์ซื้อขายแต่อย่างใด และที่สำคัญการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ลองหาอ่านหนังสือชี้ชวนประกอบการตัดสินใจกันดูก่อนด้วยนะจ๊ะ

ถ้าชอบบทความนี้อย่าลืมกดไลค์กดแชร์เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ

Leave a Reply

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑

%d bloggers like this: