อัพเดตกองทุน ONE-UGG ต้อนรับปี 2021


สัดส่วน % การถือหุ้นเป็นค่าประมาณในวันที่ 31 ธันวาคม 2563

No photo description available.
  1. Tesla (ถือ 10%)

    ตอนนี้คงไม่มีบริษัทไหนฮิตติดกระแสเท่า Tesla อีกแล้ว ยิ่งรวมกับ Elon Musk ก็มักมีเรื่องราวเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นได้ทุกวัน

    ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าโตสวนกระแสอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วไป มีการส่งมอบ 139,000 คัน เพิ่มขึ้น 44% จากปีก่อน ปัจจุบันกำลังการผลิตก็กลับมาปกติแล้ว โดยการเปิดโรงงานอย่างรวดเร็วในจีนช่วยหนุนยอดขายอีกทาง เกาะกระแสที่รัฐบาลจีนจะดันรถยนต์ไฟฟ้าเต็มที่

    แม้ story จะดีแค่ไหนแต่ราคาหุ้นระดับนี้ก็น่ากลัวไม่น้อย ใครกำลังขี่จรวด Tesla อยู่ก็ต้องเผื่อใจบ้างนะครับ
  2. Pinduoduo (ถือ 6%)

    แพลตฟอร์ม Team Purchase สัญชาติจีนที่จะให้ผู้บริโภคจับกลุ่มกันให้ได้คำสั่งซื้อทีละเยอะๆ เพื่อมากดราคาซื้อสินค้าให้ต่ำลง กำลังขยายฐานผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุด MAU มากกว่า 600 ล้านคนแล้ว

    บริษัทประกาศ Gross merchandise value ในไตรมาส 3 เติบโตถึง 73% YoY เพิ่มขึ้นเร็วกว่ายอดผู้ใช้งานใหม่บนระบบด้วย เพราะผู้ซื้อเก่ามีการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อยๆ

    จาก Data ที่เรามี แพลตฟอร์ม Pinduoduo สร้างยอด Monthly time spent ของผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 90% YoY ในปี 2020 นำหน้าแพลตฟอร์มคู่แข่งกลุ่ม Alibaba และ JD ที่ทำได้ประมาณ 20% เท่านั้น
  3. Amazon (ถือ 6%)

    โควิดระบาดรุนแรงในสหรัฐ,ยุโรป และการมีระบบ Logistic ของตัวเองที่ดีมาก ทำให้ Amazon สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เต็มที่ในเทรนด์ซื้อของออนไลน์ โดยบริษัทประกาศรายได้ไตรมาส 3 โต 37% YoY แต่ด้วยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็น fixed cost กำไรจึงพุ่งถึงเกือบ 200% !! (โดยเฉพาะธุรกิจนอกสหรัฐที่ทำกำไรได้ซักที หลังจากทนขาดทุนเพื่อขยายตลาดมานาน)

    นอกจากนี้ Amazon ยังสร้างโอกาสในวิกฤตของคนอื่น ด้วยการสั่งซื้อเครื่องบินที่จอดทิ้งช่วงโควิดของ Delta Airlines กับ WestJet Airlines มาทำ Cargo ส่งสินค้าเพื่อรองรับแผนการขยายระบบส่่งสินค้าครั้งใหญ่อีกรอบ ซึ่งตั้งเป้าว่าจะซื้อให้ครบ 85 ลำในปีนี้เลย

    ในส่วนธุรกิจ Amazon Prime Video ที่ให้บริการสตีมมิ่งแบบ Netflix ก็มียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเยอะมาก (ประเมินว่าสูสีกับ Netflix ที่ระดับเกือบ 200 ล้านคนเลย) จึงมองได้ว่า Amazon มีบริษัทแบบ Netflix ซ่อนอยู่ข้างใน รอวันเปิดตัวสร้าง s-curve การเติบโตตัวใหม่ !
  4. Meituan (ถือ 5%)

    เจ้าของแพลตฟอร์มส่งอาหารและธุรกิจ Lifestyle ในจีนมีรายได้รวมอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น 29% YoY ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Operating profit) พุ่งถึง 365% !! ส่วนหนึ่งเพราะบริษัทบันทึกกำไรพิเศษจากการลงทุน

    เมื่อเจาะไปดูแต่ละส่วน จะพบว่ากำไรที่พุ่งขึ้นแรงมาจากธุรกิจส่งอาหาร เนื่องจากปัจจุบันผู้ใช้งาน Meituan สั่งอาหารถึงวันละ 35 ล้านครั้ง !! (เพิ่มขึ้น 30% YoY) ขณะที่ค่าใช้จ่ายในธุรกิจนี้ส่วนใหญ่เป็น Fixed Cost จึงหนุนให้กำไรโตมากกว่า 100%

    ประเด็นที่นักลงทุนกังวลมากที่สุดคือรัฐบาลจีนเตรียมออกกฎหมายลดการผูกขาดของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ ซึ่ง Meituan ก็เป็นหนึ่งในนั้น
  5. Tencent (ถือ 5%)

    รายได้รวมเติบโต 29% YoY โดยหลักๆมาจากธุรกิจเกมส์ ที่ Data ของเราบอกว่าช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมมียอดการเข้าเล่นเพิ่มขึ้นสูงมาก จึงหนุนให้รายได้โตแรง และล่าสุดตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดในจีนก็เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง จึงมีแนวโน้มว่าธุรกิจนี้จะโตได้ดีในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้

    ในช่วงเดียวกัน ลูกๆในเครืออย่าง Meituan, Pinduoduo ก็สามารถขยายตลาดได้เยอะและกลายมาเป็นระดับ Big Tech ของจีนแล้ว นั่นก็ยิ่งเสริมมูลค่าและ ecosystem ของ Tencent ให้แข็งแกร่งขึ้นอีก

    ปัญหารบกวนบริษัทตอนนี้ก็คือกระแสข่าวเรื่องรัฐบาลจีนอยากลดการผูกขาดของ Tencent กับ Alibaba ลง ซึ่งแม้พื้นฐานจะไม่กระทบแต่ sentiment ก็เสียหายไม่น้อย ก็ต้องรอกันต่อไป

    การเลือกหุ้นที่ผ่านมาของกองทุน One-ugg ถือว่าน่าสนใจมากสร้างผลตอบแทนได้สูงติดท็อปตลอด แต่ตอนนี้หุ้นหลายตัวในพอร์ทถือว่าแพง ใครจะ action อะไรก็รอบคอบกันนะครับ

    โพสต์นี้เป็นเพียงการอัพเดตหลังบริษัทหลักๆ ที่ ONE-UGG ถือหุ้น #ไม่ได้แนะนำซื้อขาย #เราไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆจากบทความนี้

    ถ้าชอบการอัพเดตกองทุนแบบนี้ ช่วยเพจเราแชร์เพิ่ม engagement ด้วยนะครับ ถ้าเห็นว่ากระแสมาเราจะทำเพิ่มขึ้นอีกเยอะๆ ครั

    BottomLiner

Leave a Reply

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑

%d bloggers like this: