AfterPay (AFTPF)

AfterPay เป็นบริษัทสัญชาติออสเตรเลีย ก่อตั้งในปี 2014 ปัจจุบันติด ASX 20 ของออสเตรเลีย (แนว SET50 บ้านเรา) บริษัทให้บริการครอบคลุมภูมิภาค ANZ (Austrialia, New Zealand) และ North America

จุดที่น่าสนใจเห็นจะเป็น การเจาะตลาด US + การเก็บค่า Fees ที่สูงกว่าคู่แข่ง อีกทั้งเดือนกุมภาพันธ์ ได้ Net Promoter Score หรือความพึงพอใจผู้บริโภคสูงถึง 80 และในเดือนมีนาคม App ของ Afterpay ยังขึ้น Ranking อันดับ 1 เบียดชนะคู่แข่ง Klarna ที่ใหญ่กว่า 1 เท่าตัวและครองแชมป์อยู่ไปได้ (ข้อมูลจาก PYMNTS’ Provider Ranking of Alternative Credit Apps ในเดือนมีนาคม)

และยังมีแบรนด์ลูก แข่งในตลาด Europe เรียกว่า ClearPay

May be an image of 2 people and text that says "afterpay2 บริษัทที่กำลังเป็นที่พูดถึงมากที่สุด บนธุรกิจ Buy Now Pay Later ลูกค้าในระบบ 13.1M 25.9% 61.8% ร้านค้าในระบบ 747K 12% YOY+80% YOY 71% ยอดขาย 9.8 B 23% 4.4% 48.7% OY+73% 43.2% Australia New Zealand 8.1% YOY+73% North America UK EBITDA $47.9M UP 521% ยอดขาย $9.8B UP 106% $4.8 B $7.7M 90% 2019 2020 ลูกค้าใช้งานซ้ำ จำนวนมาก 2020 2019 รายได้หลักจาก $ $ ค่าธรรมเนียม ร้านค้า IB BOTTOMLINER $ จ่ายเงินล่าช้า"

Business breakdown

การ report งบต่างๆของเค้า จบกลางปี ดังนั้นจะตัดถึงสิ้นปี 2020 มาให้ดูซึ่งเป็นงบ ครึ่งปี FY 2021 หรือ 1H21 และอย่าลืมนะ อยู่ Australia ใช้เครื่องหมาย $ ก็จริงแต่ไม่ใช่ USD นะ เป็นออสเตรเลียดอลลาร์

Active Customer 13.1 ล้านคน เพิ่มขึ้น 80% YoY
Active Merchant 74,700 ร้าน เพิ่มขึ้น 73% YoY
Underlying Sale สูงถึง $9.8bn เพิ่มขึ้น 106% YoY

สัดส่วนรายได้
Australia New Zealand $4,786.3m เติบโต 53%
North America $4,246.7m เติบโต 195%
UK $785.1m เติบโต 288%

และ active customer หลักๆ ในตอนนี้มาจาก US ถึง 8 ล้านคน จากทั้งหมด 13 ล้านคน

โดยใน 2Q21 หรือ 4Q20 North America ถือเป็นส่วนใหญ่สุดไปแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้นะครับว่าต้องโฟกัสตลาดไหนกันต่อ

แน่นอนทางบริษัทก็ประกาศว่าจะรุกตลาด North America ต่อ !!

Competitive edge

1.พิสูจน์ตัวเองมาแล้วในตลาด Australia และ New Zealand ยึดหัวหาด Beauty ที่สาวๆชื่นชอบไว้ แถมใช้แล้วหมดไปต้องซื้อซ้ำ ได้เปรียบกว่าคู่แข่งอื่นๆ

2.AfterPay Day ที่จัดปีละ 2 ครั้ง ล่าสุดงานเมื่อ April ที่ตลาด US ได้ลูกค้าใหม่เพิ่ม 35% เทียบกับ Aug-20 และในครั้งนี้รวม brick & mortar shopping เข้าไปด้วย

3.Retention Rate สูงถึง 90% คือลูกค้าเดิมกลับมาซื้อซ้ำ 90%

4.จ่ายเงินตรงเวลา 95% (FY18) ตอนนี้คงลดๆมาละแหละ

ธุรกิจของ Afterpay เป็นโมเดล Win-Win-Win ลูกค้า ร้านค้า และ Afterpay มีรายได้หลัก 2 ช่องทาง

  1. Merchant Fee ซึ่งเก็บสูงถึงประมาณ 3-6% สูงกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ จากร้านค้า/ผู้ให้บริการที่เข้าร่วม รายได้ส่วนเป็นรายได้หลักของ Afterpay ใน CY 2H20 นี้คิดเป็น 94% ของรายได้ทั้งหมด (ในบัญชีจะลงไว้ว่าเป็น AfterPay Income)
  2. ค่า Late Fee – ถ้าลูกค้ายังไม่ชำระเงิน ก็จะไม่สามารถจอง หรือสั่งซื้อสินค้าใดๆได้จนกว่าจะชำระเงินส่วนนั้น และต้องจ่ายค่า Late Fee ให้ AfterPay เริ่มต้น 10 ดอลลาร์ แต่ไม่เกิน 25% ของราคารวมสินค้า/บริการในยอดบิลนั้น (ในบัญชีจะลงไว้ว่าเป็น Other Income)

แต่ถ้าหากลูกค้าชำระเงินตรงเวลา ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ

1H21 (half year ended 31 December)

รายได้ทั้งหมด

รายได้รวม $417.2m เติบโต 89% YoY หลักๆจาก Afterpay Total Income $409.4m และอีกส่วนคือ Pay now $7.8m ธุรกิจ E-Commerce ใน ออสเตรเลียซึ่งกำลังจะเลิก

โดยใน Afterpay Total Income แบ่งเป็น
Afterpay Income $374.2m (3.8% underlying Sales) เติบโต 108% YoY

Other Income $35.1m เติบโต 8% และคิดเป็นเพียง 8.6% ของ Afterpay Total Income ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับ BNPL ตัวอื่นที่สูงกว่า 60%

Net Transaction Margin AUD 213.9mn เพิ่ม 110% เทียบกับปีก่อน
โดยมี Net Margin จากทุกๆธุรกรรมซื้อขายผ่านระบบ ประมาณ 2.3% ใกล้เคียงปีก่อน ดูแล้วแทบจะเท่าเดิมหมด หากเทียบ % of underlying sales

EBITDA $47.9m (0.5% underlying sales เพิ่มจาก 0.2%) เติบโต 521%

ความเสี่ยง

ที่น่าจับตาคือ cost of sales บริษัทบอกว่าต้นทุนที่ US นั้นสูง แต่ยังคงตัวเลขไว้ได้ที่ 1.1% underlying sales เพราะมี global payments partnerships อนาคตปูดหรือไม่ต้องรอดู

แต่ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าคือ Regulator รอสับโขกแน่ๆครับ

BottomLiner

หาหุ้นเติบโตสูง เพื่อสร้างโอกาสในการทำกำไรอย่างยั่งยืนกับ BottomLiner Basic Online Course สนใจอ่านรายละเอียดได้ที่ : https://bottomliner.co/online-course-tech/

Leave a Reply

Proudly powered by WordPress | Theme: Baskerville 2 by Anders Noren.

Up ↑

%d bloggers like this: