ตลาดหุ้นสหรัฐ All-time High จะไปต่อหรือพอแค่นี้

Image may contain: 6 people, text that says "หุ้นสหรัฐ ขึ้น All time high... แต่ระวัง.. มันไม่ได้ขึ้นแบบเหมาเข่ง ต่อจากนี้ B BOTTOMLINER"

ขณะที่คนไทยดีใจปู่ SET ทะลุ 1400 ซักที แต่ที่สหรัฐ เขากำลังฉลองตลาดหุ้น All-time High กันอยู่ !!

ดัชนี Dow Jones, S&P 500 ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่พร้อมหน้า (ก่อนหน้านี้ทิ้งให้ Nasdaq เหงาตัวเดียวอยู่นาน) ซึ่งตลาดหุ้นที่ขึ้นขาเดียวตลอดแถมยังทำ All-time High ย่อมหนีไม่พ้นข้อสงสัยว่ามัน “ถึงจุดพีคแล้วใช่ไหม ?”

เรามาหาคำตอบไปด้วยกัน

โลกกำลังจะมีวัคซีนโควิดใช้แล้ว อันนี้ทุกคนรู้ แต่ที่น่าสนใจคือวัคซีนนี้ต้องให้คนสหรัฐก่อนเท่านั้น !! เนื่องจากทั้ง Pfizer และ Moderna ต่างเป็นบริษัทสัญชาติสหรัฐและทั้งคู่ทำสัญญาในยุค Trump ว่าต้องขายวัคซีนให้รัฐบาลก่อนเท่านั้น (อาจมีปล่อยให้ยุโรปบ้างเล็กน้อย) เรื่องนี้จะส่งผลให้ธุรกิจการท่องเที่ยวและกิจกรรม Outdoor ในสหรัฐสามารถฟื้นตัวได้ก่อนใคร

ขณะที่ฝั่งการเมือง สหรัฐได้ Joe Biden มาเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป แต่เมื่อไปแกะดูนโยบายเขาแล้วไม่ได้ต่างจาก Trump มากนัก โดย Biden ยังเน้นให้ผลประโยชน์คนสหรัฐต้องมาก่อนแค่เพิ่มคนผิวดำและกลุ่มผู้อพยพให้ได้ประโยชน์ด้วย ต่างจาก Trump ที่เน้นเฉพาะคนขาว

นอกจากนี้ผลเลือกตั้งที่สูสีมากจะยิ่งบีบให้ Biden ต้องออกนโยบายเอาใจคนในประเทศเต็มที่ (ประชานิยม) โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นแรงงานที่ช่วยให้เขาพลิกชนะใน Wisconsin, Michigan, Pennsylvania ดังนั้นต่อจากนี้ต้องลด แลก แจก แถมสุดๆ ซึ่งนโยบายหลักที่จะถูกใช้คือการดึงให้บริษัทย้ายกลับมาตั้งโรงงานในประเทศเร็วขึ้น แน่นอนว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะได้ประโยชน์ที่สุด กลับกันมันต้องแลกมาด้วยผลร้ายต่อประเทศอื่น

สถานการณ์ชี้ชัดว่าภาพ Macroeconomic ของสหรัฐมีปัจจัยบวกรออยู่ !

เมื่อเจาะลึกลงไปในดัชนีของหุ้นสหรัฐจะพบความสุดยอดของมันมากกว่าเดิม เริ่มกันที่ Nasdaq มันคือจุดรวมบริษัท Tech ระดับโลกที่ได้ประโยชน์มหาศาลในช่วงการแพร่ระบาดโควิด เนื่องจากเงินที่เคยไหลแบบ Offline ถูกเทเข้าระบบ Online พร้อมๆ กัน และผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือบริษัทที่อยู่ใน Nasdaq (Facebook,Apple,Microsoft,Amazon,Alphabet,Nvidia,Netflix คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของดัชนี)

ขณะที่ S&P 500 แม้จะมีสัดส่วนหุ้น Tech น้อยกว่า แต่อย่าลืมว่า Joe Biden จะมาพร้อมกับนโยบายประชานิยมที่หนุนให้คนสหรัฐมีกำลังการบริโภคมากขึ้น เป็นผลดีกับหุ้นใหญ่ในดัชนีอย่าง Visa, Mastercard, Home Depot, Walmart และถ้ารวมกับเรื่องที่คนสหรัฐจะได้ใช้วัคซีนก่อน ยิ่งหนุนให้ภาคการบริโภคที่คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของเศรษฐกิจฟื้นได้ไว

ทางด้าน Dow Jones ที่มักถูกมองเป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมเก่า แต่การได้หุ้นอย่าง Salesforce, Microsoft เข้ามาเป็นสัดส่วนใหญ่ก็ช่วยให้ดัชนีเกาะตามกระแสหุ้นสหรัฐบูมได้

ซึ่งหุ้นสหรัฐอีกหลายตัวก็กำลังจะได้ประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่จะฟื้นเร็วเพราะได้ใช้วัคซีนก่อน และนโยบายประชานิยมเอาใจฐานเสียง รวมถึงข้อดีของการเมืองระหว่างประเทศในวันที่มหาอำนาจไม่ได้รักใครนอกจากรักตัวเอง เรื่องทั้งหมดเป็นผลดีกับหุ้นสหรัฐโดยตรง

แอดมินแนท

BottomLiner

Leave a Reply

Up ↑

%d bloggers like this: